ธนบัตรเก่า

ตรุษจีน ขอให้มั่งคั่ง เงินทองไหลมาเทมา.......

ผมไม่ใช่นักสะสมอาชีพ เป็นแต่เพียงผู้ที่ชอบเก็บของเก่า ๆ ที่เห็นในบ้านเมื่อสมัยเด็ก ๆ เอาไว้ และเวลาที่กลับจากการเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ผมก็เอาเงินที่เหลือก้นถุงมารวบรวมไว้เพื่อเก็บเป็นที่ระลึก วันนี้ผมเปิดตู้... หยิบเอาสมุดเก็บธนบัตรเก่าออกมาเปิดดู คิดว่าน่าจะนำมาสแกนให้คนรุ่นหลังได้ดูกันหน่อย...

อยากให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นธนบัตรโบราณครับ...

ภาพธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาท ฉบับนี้มิได้เป็นของเก่านะครับ แต่พิมพ์ขึ้นใหม่เพื่อเป็นที่ระลึก (คิดว่าบางท่านอาจจะมีเก็บสะสมไว้)

ที่ผมอยากให้ดูคือด้านหลังของธนบัตรซึ่งบอกไว้ว่า "รูปแบบธนบัตรแบบ ๑ ชนิดราคา ๑๐๐ บาท รุ่นแรก ประกาศออกใช้เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๔๔๕" แสดงว่าธนบัตรโบราณจริง ๆ ชนิดราคา ๑๐๐ บาท รุ่นแรกก็จะมีรูปแบบเช่นนี้ ถ้าดูที่ พ.ศ. ๒๔๔๕ ใครมีสะสมไว้ถึงวันนี้อายุของธนบัตรก็จะเกือบครบหนึ่งร้อยปีแล้ว

ดูสิครับ ยังใช้ "รัฐบาล สยาม" อยู่เลย และพิมพ์เป็น ร.ศ. ๑๒๑ ส่วนในกรอบสี่เหลี่ยมทั้งสองข้างก็มีตัวอักษรต่างประเทศอยู่ด้วย....

ทีนี้มาดูธนบัตรเก่า ๑ บาท ที่ผมมีอยู่ ยังใช้คำว่า "รัฐบาล สยาม" เหมือนรุ่นแรกอยู่ ฉบับนี้ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๗๗ ยังไม่เก่าเท่าไร แค่ 71 ปีเอง...

นี่ก็ยังใช้คำว่า "รัฐบาล สยาม" อยู่...

ฉบับนี้เปลี่ยนเป็น "รัฐบาล ไทย" แล้วครับ

ฉบับนี้หนึ่งบาทเช่นกัน แต่มีขนาดเล็กกว่า....

ธนบัตรฉบับละ ๕ บาท สมัยอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย.....

สิบบาท

ยี่สิบบาท

ให้ดูธนบัตรของประเทศเพื่อนบ้านหน่อยครับ

เงินจ๊าดของพม่า

เงินกีบของลาว...

คุณปอนโพสต์เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 48 ว่า "...เงินลาวที่เรียกกีบนั้น ค่าเงินเขาค่อนข้างต่ำมากไม่รู้พี่เห็นว่าอย่างไรนะครับ ตอนไปเที่ยวลาวนี้ เอาเงินไปชอปปิ้งตามร้านเพิงข้างถนนกันทีละเป็นแสนๆเลยทีเดียว 
หนึ่งบาทถ้าจำไม่ผิดนี่ห้าร้อยกีบ  เพราะผมจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเข้าห้องน้ำคิดเงินครั้งละสองพันห้า = 5 บาทไทย  อยากให้เงินบาทไทยซื้อของในไทยได้ราคาอย่างงี้มั่งจังเลย มีใช้สักสองสามร้อยต่อวันนี่คือเศรษฐีน้อยๆเลย............"